|
|

หลังจากที่ Sony Ericsson ได้ส่ง Satio กับกล้องดิจิทัล 12 ล้านเจ้าแรกของโลกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มาปีนี้ Sony Ericsson ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นอีกครั้งหนึ่งกับโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดที่มีชื่อว่า Vivaz (วิวาส) สมาร์ทโฟนดีไซน์สวย สั่งการด้วยระบบปฏิบัติการ Symbian S60 5th edition มีจุดเด่นที่กล้องดิจิทัลความละเอียดสูง 8.1 ล้านพิกเซล บันทึกวีดีโอในระดับ HD (16:9) และรองรับเครือข่าย 3G


Sony Ericsson Vivaz มาพร้อมกับรูปทรงแบบแท่ง ดีไซน์เรียบหรูแบบ Human Curvature โค้งมนบางเฉียบแต่สวยเฉี่ยว ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี 2 สไตล์ คือ Cosmic Black (ดำ) และ Moon Silver (เงิน) หน้าจอแสดงผลเป็นจอสีแบบ TFT LCD Resistive Touchscreen 16 ล้านสี ความละเอียด 360 x 640 พิกเซล (nHD) ขนาด 3.2 นิ้วในอัตราส่วน 16 : 9 พร้อมใช้ระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ และใต้หน้าจอมีปุ่มใช้งาน 3 ปุ่มได้แก่ปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก/ย้อนกลับ และปุ่มวางสาย
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED อยู่บริเวณตรงกลางของฝาหลัง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. ช่องสำหรับเสียบสายดาต้าลิงค์ และสายชาร์จไฟรวมอยู่ในช่องเดียวกัน พร้อมฝายางปิดกันฝุ่นเข้า และช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มเข้าโหมดบันทึกวิดีโอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ตรงกลางด้านบนมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน และช่องสำหรับเปิดฝาหลัง

Sim1….ใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านท้ายเครื่องขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากช่องตรงกลางด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่แล้วหยิบออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Sony Ericsson Vivaz ให้ทำการถอดฝาหลังและแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องคว่ำลงในแนวตั้งแล้วใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางออกมา และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่โดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้นั้นไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ โดยอยู่ด้านซ้ายบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ในช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม และทำการเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป
การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งของปุ่ม Power หรือปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณตรงกลางด้านบนเครื่อง โดยเป็นปุ่มสีบรอนซ์เงิน ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้จนเครื่องสั่น 1 ครั้งแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมตัวอักษร Sony Ericsson บนพื้นสีขาวตามด้วยภาพกราฟิกแอนิเมชันโลโก้ Sony Ericsson และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักพร้อมใช้งานเป็นแบบ User Interface แบบ Series 60 UI เวอร์ชัน 5 แบบเดียวกับที่ใช้ใน Sony Ericsson Satio ที่สามารถเลือกเปลี่ยนการแสดงผลหน้าจอ Home screen theme ได้ 5 แบบคือ Finger Use, Sony Ericsson, Full page, Basic และ Navigation bar วิธีตั้งค่าหน้าจอแสดงผล Home Screen แบบต่างๆ ให้เข้าไปที่เมนู Settings> Personal>Standby>Standby theme
Open+open page….กดที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงกลางด้านบนเครื่องค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มกดสำหรับเข้าเมนูหลักหรือย้อนกลับ, ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรจะเป็นแบบ Visual Keyboard หรือแป้นพิมพ์เสมือนใช้งานบนหน้าจอแบบสัมผัส ซึ่งมีให้เลือก 4 แบบคือ Handwriting, Mini QWERTY keyboard, Full Screen QWERTY keyboard และ Alphanumeric keypad นอกจากนี้ด้านขวาข้างเครื่องก็ยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียงและใช้เป็นปุ่มซูมขยายภาพเมื่อเข้าโหมดใช้งานกล้องดิจิทัล ปุ่มเข้าโหมดบันทึกวิดีโอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และตรงกลางด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง ส่วนความเหมาะมือนั้น เท่าที่ลองใช้งานดูก็มีความเหมาะมือเป็นอย่างดี เพราะตัวเครื่องดีไซน์แบบโค้งมน (Human Curvature) ลองรับกับอุ้มมือได้อย่างลงตัว และด้วยความบางทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือ ทั้งเวลาที่ใช้นิ้วแตะสัมผัส และกดปุ่มใช้งาน
เมนูการใช้งาน
การเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ให้ใช้ปุ่มที่อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย ซึ่งหน้าตาเมนูใช้งานนั้นเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนู โดยสามารถเลือกแสดงผลได้ 2 แบบคือ แบบ Grid และแบบ List สำหรับเมนูหลักมีทั้งหมด 13 เมนูด้วยกันดังนี้
- PlayNow เมนูเข้าสู่บริการออนไลน์ผ่านเบราเซอร์ สำหรับสั่งซื้อเพลง เสียงเรียกเข้า เกม และรูปภาพ ในรูปแบบบริการออนไลน์ สามารถฟังเพลงก่อนซื้อได้ (ขึ้นอยู่กับการให้บริการในแต่ละประเทศ)
- Internet เป็นเมนูในการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน WAP Browser รวมทั้งการตั้งค่าการใช้งาน
- Apps เมนูรวมแอบพลิเคชันเสริมที่ติดตั้งมาให้เรียบร้อย เช่น วิทยุ FM, TrackID, Media server, สนทนารูปแบบแชท, บันทึกเสียง, YouTube, SMS Preview, WorldMate เป็นต้น
- Camera เมนูการใช้งานกล้องดิจิทัล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่ง และบันทึกวิดีโอพร้อมเสียง
- Messaging เป็นเมนูสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS, MMS และ Email พร้อมทั้งมีอิน บ็อกซ์ เอ้าท์บ๊อกซ์ รายการที่ส่ง ข้อความที่บันทึก รวมทั้งแสดงรายงานผลการส่งข้อความ และมีข้อความสำเร็จรูป
- Media เป็นเมนูรวมเครื่องเล่นมีเดียต่างๆ ได้แก่ ดูไฟล์ภาพ เล่นเพลง และดูวิดีโอ
- Location เมนูใช้งานระบบนำทางด้วยดาวเทียม GPS ผ่านโปรแกรม Wisepilot Navigator พร้อมฟังก์ชันเสริม A-GPS และโปรแกรมแผนที่ Google Maps
- Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ รวมทั้งเลือกทำการ Synchronisation โอนถ่ายรายชื่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ได้
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับตั้งบันทึกนัดหมายต่างๆ ฃ
- Logs เมนูสำหรับดูข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์ ทั้งการใช้งานโทรทั้งหมด เวลาที่ใช้งานโทร และข้อมูลการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- Organizer เมนูการใช้งานออร์แกไนเซอร์ประกอบด้วย โปรแกรมจัดการไฟล์, นาฬิกา, โปรแกรม RoadSync สำหรับ Push Mail, Sync, Google, Search, บันทึกย่อ, ดิกชันนารี, ตัวแปลงหน่วย, เครื่องคิดเลข, โปรแกรม Adobe PDF, โปรแกรม Quickoffice และ Help
- Setting เมนูตั้งค่าส่วนต่างๆ ในโทรศัพท์ประกอบด้วย 5 ส่วนหลักคือ Personal (ส่วนของการตั้งค่า Profiles, Themes และ Standby), Phone (ส่วนของการตั้งค่าโทรศัพท์), Application mgr (ส่วนของการตั้งค่าโปรแกรม), Calling (ส่วนของการตั้งค่าการโทร), และ Connectivity (ส่วนของการตั้งค่าการเชื่อมต่อ)
- RnD Tools เมนูรวมเครื่องมือที่ติดตั้งเพิ่มเติม


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออก ให้ใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ 9 ช่องไอคอนแรกใต้หน้าจอก็จะเข้าสู่หน้าจอโหมดใช้งานโทรศัพท์พร้อมแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือน ส่วนการค้นหาและเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อในเมนูสมุดโทรศัพท์ (Contacts) นั้นเก็บบันทึกข้อมูลผู้ติดต่อลงในหน่วยความจำเครื่องโดยใส่ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าแสดงและบันทึกเบอร์ที่บันทึกลงในเครื่อง หรือใน SIM Card ได้ และแสดงชื่อ ตามด้วยนามสกุล หรือนามสกุล แล้วตามด้วยชื่อได้
สำหรับการเช็คดูข้อมูลการโทรต่างๆ ดูได้ในเมนู Log โดยแบ่งเป็น 3 รายการหลักคือ Recent Calls แสดงรายการเบอร์ที่ไม่ได้รับ เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก, Call Duration แสดงเวลาที่ใช้งานโทร ประกอบด้วยเวลาโทรครั้งล่าสุด เวลาที่โทรออก เวลาที่ได้รับสาย และเวลารวมในการใช้สายทั้งหมด และ Packet Data แสดงรายการจำนวนข้อมูลที่รับ และส่งออกจากการใช้งานด้านข้อมูลอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าเวลาที่เก็บบันทึกได้นานถึง 30 วัน และเลือกให้แสดงหรือไม่แสดงเวลาโทรได้
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความนั้น รองรับทั้ง SMS, MMS, Audio message, E-mail ซึ่งรองรับเมล์เซิร์ฟเวอร์แบบ SMTP, POP3 และ IMAP4 และ RoadSync รองรับการใช้ Push Mail การพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์ได้ทั้งไทย และอังกฤษ พร้อมระบบช่วยสะกดคำอัตโนมัติแบบ T9 โดย E-mail สามารถแนบไฟล์พร้อมเปิดดูไฟล์ที่แนบมาได้ และ MMS สามารถแนบไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอคลิป ไฟล์เสียง ข้อความ ไฟล์ Presentation และไฟล์อื่นๆ ได้
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 8.1 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับไฟแฟลช LED โดยภาพนิ่ง ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 3264 x 2448 พิกเซล (4:3) ซูมดิจิทัล ตั้งค่าเลือกโหมดฉากได้ 8 แบบ โหมดการถ่ายภาพ 4 แบบ Normal, Panorama, Smile detection และ Touch capture เลือกโหมดโฟกัสอัตโนมัติ ตรวจจับใบหน้า ถ่ายภาพระยะใกล้ และไม่จำกัด ปรับค่าชดเชยแสง ตั้งค่าเป็นระบบ Auto ทั้งหมด ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ เปิด/ปิดการใช้งานแฟลช ปรับสมดุลแสงสีขาว ระบบป้องกันภาพสั่น เลือกเอฟเฟกต์ และ Geo-tagging ระบุพิกัดตำแหน่งไปพร้อมกับรูปถ่าย
ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้ โดยเลือกโหมดบันทึกได้ 4 แบบคือ 1280x720 พิกเซล ความเร็วสูงสุด 24 fps รูปแบบไฟล์ MP4 (HD720p), 640x480 พิกเซล ความเร็วสูงสุด 30 fps รูปแบบไฟล์ MP4 (VGA), 320x240 พิกเซล ความเร็วสูงสุด 30 fps รูปแบบไฟล์ MP4 (QVGA) และ 176x144 พิกเซล ความเร็วสูงสุด 15 fps รูปแบบไฟล์ 3GP (Message) มี Night Mode ตั้งค่าปรับปริมาณการรับแสง ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ปรับสมดุลแสงสีขาว และเลือกเอฟเฟกต์ โดยภาพและวิดีโอที่ถ่ายเสร็จสามารถส่งต่อ และอัปโหลดเข้าเว็บล็อกได้ทันที พร้อมทั้งสามารถตัดต่อ แก้ไข ดูภาพแบบสไลด์โชว์ และดูรายละเอียดของไฟล์ได้ ระยะเวลาในการบันทึกนานสูงสุด 1 ชั่วโมง 30 นาที ยกเว้นโหมดบันทึกวีดีโอ Message บันทึกนานสูงสุด 30 วินาที
ในส่วนของเครื่องเล่นมีเดียนั้นแบ่งเป็น Photo สำหรับดูไฟล์ภาพ ทั้งที่ดาวน์โหลดมา และภาพที่ถ่ายจากกล้องดิจิทัล, Music สำหรับเล่นไฟล์เพลง ด้วยระบบจัดการรายชื่อเพลง เล่นเพลงสุ่มและวนซ้ำ โชว์ภาพอัลบั้ม (ถ้ามี) แต่ไม่มีระบบปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์มาให้, Video สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ .3GP และ MP4 โดยมีโปรแกรม YouTube สำหรับดูไฟล์วิดีโอผ่านเว็บติดตั้งมาให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ และบันทึกได้ 30 สถานี, ฟังก์ชัน TrackID สำหรับวิเคราะห์เสียงเพลงบางท่อน เพื่อหาชื่อเพลง ชื่อนักร้อง หรือชื่ออัลบั้มผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต, โปรแกรมสนทนาแบบแชท Instant Messaging และโปรแกรม Sound recorder สำหรับบันทึกเสียง
ด้านการเชื่อมต่อ
สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตก็ทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 และ Webkit web browser โดยใช้งานผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, HSDPA หรือเครือข่าย 3G ที่ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 10.2 Mbps และ Wi-Fi 802.11 b/g และรองรับ DLNA ซึ่งเป็นมาตราฐานในการแชร์ไฟล์ไร้สายกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ Wi-Fi รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Social Network หรือสังคมออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter เป็นต้น และรองรับการรับชมวิดีโอออนไลน์ผ่านทาง YouTube ได้
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบผ่านสายดาต้าลิงค์ USB 2.0 ซึ่งนอกจากจะเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่าน PC Suite, Media transfer, Mass storage และ Print เพื่อสั่งพิมพ์ผ่านพรินเตอร์ได้แล้ว ยังรองรับการเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ผ่านทาง TV Out ได้อีกด้วย กับแบบไร้สายผ่านทาง Wireless LAN (802.11b/g) พร้อมรองรับ UPnP และ Bluetooth 2.1 with A2DP สำหรับซีพียูใช้ของ PowerVR SGX Graphics Processor ความเร็วในการประมวลผล 720 MHz และหน่วยความจำภายในขนาด 75 MB และเพิ่มได้ด้วย microSD Card ได้สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Sony Ericsson Vivaz ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 8.1 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่ง เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 3264 x 2448 พิกเซล เลือกโหมดฉากแบบ Auto เลือกถ่ายโหมด Normal โดยเลือกถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาดที่ความละเอียด HD720P 1280 x 720 พิกเซลที่อัตรา 24 เฟรมต่อวินาทีในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมาก และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ดูจากสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 430 ชั่วโมงในเครือข่าย 2G และ 440 ชั่วโมงในเครือข่าย 3G สนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 13 ชั่วโมง 30 นาทีในเครือข่าย 2G และ 5 ชั่วโมง 20 นาทีในเครือข่าย 3G และใช้งานวิดีโอคอลล์ในเครือข่าย 3G ได้นานต่อเนื่องสูงสุด 2 ชั่วโมง 30 นาที จากการทดลองใช้งานทั่วๆ ไปใน 1 วัน ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่องมีการใช้สายโทรเข้าออกประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใช้ฟังเพลง ฟังวิทยุ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกประมาณ 2 ชั่วโมง ปรากฏว่าตอนดึกของวันเดียวกันแบตเตอรี่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ถ้ามีการเปิดใช้งาน Bluetooth และ Wi-Fi ทิ้งไว้ และใช้งานในเครือข่าย 3G ด้วยแล้วล่ะก็อาจจะหมดไวกว่านี้ได้ โดยรวมแล้วก็พอสำหรับการใช้งานหนักๆ ได้ใน 1 วัน
อุปกรณ์เสริม
ชุดจัดจำหน่ายของเครื่อง Sony Ericsson Vivaz ประกอบด้วยตัวเครื่อง, เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CST-80, สาย Data Cable EC700, แบตเตอรี่ Li-Polymer EP500 ขนาด 1, 200 mAh, การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD HC ขนาด 8 GB, ชุดหูฟังสเตอริโอ HPM-60 J, สายเชื่อมต่อทีวี IM700, ปากกาพร้อมสายห้อยตามสีตัวเครื่อง, แผ่นป้องกันรอยหน้าจอ ET900, พร้อมซองกระเป๋าหนัง CA750, ขาตั้งมือถือ และคู่มือการใช้งาน
ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและสวยหรู บวกกับฟังก์ชันบันทึกวิดีโอในระดับ HD 720P ผ่านกล้องดิจิทัลขนาด 8 ล้านพิกเซล และยังอัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ทั้งการเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ พร้อมทั้งรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi, GPS และ 3G เป็นต้น จึงเรียกได้ว่า Sony Ericsson Vivaz เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความครบครัน และลงตัวมากที่สุดในช่วงเวลานี้เลยก็ว่าได้
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 98 ... |
|
|
|