Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


หลังจากประสบความสำเร็จกับสมาร์ทโฟน BlackBerry ไปแล้วหลายรุ่น มาวันนี้ Research in Motion หรือ RIM ผู้พัฒนาโทรศัพท์มือถือ BlackBerry ได้จับมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ในบ้านเราอย่าง AIS ส่ง BlackBerry รุ่นใหม่ล่าสุดออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในชื่อรุ่น BlackBerry Storm2 และถือเป็นรุ่น Exclusive ที่ให้ AIS เป็นผู้จำหน่ายแต่เพียงรายเดียวในประเทศไทยเท่านั้น









BlackBerry Storm2 ออกแบบมาในสไตล์ทัชโฟนคล้ายกับรุ่นแรก ตัวเครื่องสีดำล้วนตัดด้วยขอบสีเงินที่ด้านข้าง หน้าจอแสดงผลมีขนาดใหญ่ถึง 3.25 นิ้ว เป็นแบบสัมผัสมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า SurePress ที่ได้รับการพัฒนาจากรุ่นแรกให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกขึ้น พร้อม Face Detection feature หรือเซนเซอร์ที่จะปิดการทำงานของหน้าจอเมื่อมีการยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูเพื่อพูดคุยโทรศัพท์ เมื่อเอาตัวเครื่องออกจากหู หน้าจอก็จะเปิดการทำงานทันทีเพื่อให้สามารถใช้ฟังก์ชัน Mute, Speaker หรืออื่น ๆ ได้ทันที และใต้หน้าจอมีปุ่มควบคุมการใช้งาน 4 ปุ่ม

พลิกมาด้านหลังเครื่องตรงกลางด้านบนจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมาเป็นรูปสัญลักษณ์ BlackBerry ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง และช่องสำหรับเสียบชาร์จ และสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB ในช่องเดียวกัน ด้านขวามีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องฝั่งขวาเป็นปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง ส่วนฝั่งซ้ายเป็นปุ่มปิดเสียงอย่างรวดเร็ว และด้านท้ายเครื่องตรงกลางมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง และด้านขวามีช่องไมโครโฟน


Sim1…ใช้นิ้วงัดฝ่าหลังจากช่องตรงกลางด้านล่างออกมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วจับบริเวณด้านข้างด้านบนของแบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้านขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง BlackBerry Storm2 ให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านล่างออกมา และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่ถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ ให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาก่อนโดยใช้นิ้วจับบริเวณด้านข้างด้านบนของแบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้าน และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง จากนั้นให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู้ด้านบนแล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม และทำการเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป

การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายบนของเครื่อง โดยสังเกตสัญลักษณ์วงกลมขีดกลางให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมไอคอนแอนิเมชันรูปนาฬิกาหมุมเพื่อโหลดข้อมูลต่างๆ โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที จากนั้นหน้าจอจะขึ้นโลโก้ BlackBerry ตามด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน ภายในหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้ประกอบด้วยภาพวอลเปเปอร์ พร้อมสัญลักษณ์บอกระดับแบตเตอรี่กับโพรไฟล์ด้านซ้ายบน ถัดมาตรงกลางเป็นชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน พร้อมด้วยเวลาและวันที่ และด้านขวามือเป็นสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่าย และเครือข่ายที่ใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ส่วนด้านล่างของหน้าจอ เป็นไอคอนเมนูที่ใช้งานบ่อยๆ แบบสัมผัสได้แก่ Messages, SMS And MMS, Contacts, Calendar, Browser, Phone, Media และ Maps
open+open page…กดที่ปุ่มด้านซ้ายบนข้างเครื่องเพื่อเปิดและปิดเครื่อง

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการใช้งาน 4 ปุ่มหลักเท่านั้นได้แก่ ปุ่มโทรออก/รับสาย, ปุ่ม BlackBerry หรือปุ่มเมนู, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่มวางสาย/เปิด/ปิดเครื่อง ซึ่งรุ่นนี้ได้ดีไซน์ส่วนของปุ่มกดที่ว่านี้ใหม่ให้ต่างจากรุ่นแรกโดยรวมอยู่ในส่วนเดียวกันกับหน้าจอ นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงระบบ SurePress Technology ใหม่ให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกขึ้นกว่าเดิม โดยรองรับการกดแบบ Multi-press ได้คือ สามารถกดลงบนหน้าจอได้มากกว่า 1 ครั้ง ในเวลาเดียวกัน และปรับปรุงคีย์บอร์ดให้มีสองตัวอักษรบนปุ่มเดียวกันได้เมื่อพิมพ์ในแนวตั้ง และทำให้การพิมพ์บนคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ในแนวนอนทำได้สะดวกและเร็วมากขึ้นเหมือนกับการพิมพ์บน Thumb คีย์บอร์ด โดยไม่ต้องรอการคืนตัวของหน้าจอ นอกจากนี้ที่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนเครื่องด้านซ้ายมีปุ่มเปิดปิดเครื่อง ส่วนด้านขวามีปุ่มปิดเสียงเวลามีสายเรียกเข้า ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นรุ่นที่มีขนาดพอๆ กับรุ่นแรกที่ออกมาก่อนหน้านี้

เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง BlackBerry Storm2 ทำได้โดยกดที่ปุ่มเข้าเมนูหลักรูปสัญลักษณ์โลโก้ BlackBerry ที่อยู่ระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย หรือใช้นิ้วกดลงบนตรงกลางของหน้าจอ ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานแสดงผลเป็นรูปไอคอนเรียงกันแถวละ 4 เมนูรวม 22 เมนูด้วยกันดังนี้

  • Messages เมนูสำหรับรับส่งข้อความต่างๆ ทั้ง SMS, MMS, E-Mail, IM, Facebook และ Twitter
  • SMS And MMS เมนูสำหรับรับส่งข้อความ SMS และ MMS
  • Contacts เมนูสำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ รวมทั้งเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
  • Calendar เมนูปกิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ
  • Browser เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน BlackBerry Browser
  • Phone เมนูใช้งานโทรศัพท์สำหรับโทรออก เช็คดูข้อมูลการโทร และค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ
  • Media เมนูรวมเครื่องเล่นมีเดีย และไฟล์มีเดียต่างๆ ได้แก่ เครื่องเล่นเพลง เครื่องเล่นวิดีโอ ไฟล์ภาพ เสียงเรียกเข้า บันทึกเสียง และกล้องวิดีโอ
  • Maps เมนูงานโปรแกรมแผนที่ BlackBerry Maps ควบคู่กับระบบนำทาง GPS
  • Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
  • Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือและอธิบายการใช้งานเมนูต่างๆ ของเครื่อง
  • Search เมนูสำหรับค้นหาไฟล์ต่างๆ ในเครื่อง
  • Instant Messaging เมนูรวมโปรแกรมใช้งานสนทนาแบบแชท ได้แก่ Windows Live Messenger และ BlackBerry Messenger
  • Applications เมนูรวมโปรแกรมแอบพลิเคชันต่างๆ จาก Appication Center ซึ่งสามารถติดตั้งโปรแกรม และอัปเดคโปรแกรมใหม่ๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
  • Games เมนูเกม ได้แก่ BrickBreaker และ Word Mole
  • Downloads เมนูเก็บโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมา
  • Setup เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ต, Wi-Fi รวมถึงอีเมล์ และบลูทูธ
  • Sounds เมนูสำหรับเลือกโพรไฟล์ใช้งานตามสถานการณ์ต่างๆ
  • Manage Connections เมนูสำหรับจัดการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ
  • Options เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
  • Lock เมนูสำหรับล็อคแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด
  • Power Off เมนูสำหรับตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติ


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ ให้กดปุ่มโทรออก/รับสายด้านซ้ายมือ หรือใช้นิ้วแตะสัมผัสที่เมนู Phone บนหน้าจอก็จะปรากฎแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาให้ใช้งาน นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถโทรออก หรือตรวจสอบสถานะต่างๆ ของเครื่อง ได้ด้วยการออกเสียง เพียงกดปุ่มคำสั่งเสียงที่ด้านข้าง แล้วพูดคำสั่งที่ต้องการ ถ้าต้องการโทรออกให้ออกเสียงว่า Call ตามด้วยชื่อผู้ติดต่อที่บันทึกไว้ในสมุดแอดเดรส หากต้องการตรวจสอบสถานะต่างๆ ของเครื่อง ให้ออกเสียงว่า Check ตามด้วยฟังก์ชันที่ต้องการตรวจสอบ เช่น สถานะโทรศัพท์ คุณภาพสัญญาณ สถานะแบตเตอรี่ เป็นต้น

ส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับดูรายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยใส่ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างละเอียด พร้อมทั้งเพิ่มข้อมูลต่างๆ ได้เช่น รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ ส่วนการค้นหารายชื่อนั้นทำได้โดยพิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของชื่อผู้ติดต่อลงในช่องด้านบนสุดของหน้าจอตรงคำสั่ง Find หรือใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงดูรายชื่อที่ต้องการก็ได้ ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ นั้น ทำได้โดยกดที่ปุ่มโทรออกแล้วเลือกไปที่แถบ Call log ก็จะรายการใช้งานโทรต่างๆ ทั้งเบอร์ที่โทรออก เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่ไม่ได้รับสายจะแสดงขึ้นมาทั้งหมด พร้อมแสดงรายละเอียดของแต่ละสายที่ใช้งานไป

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
รองรับการใช้งานด้านข้อความอย่างครบครัน ตั้งแต่ SMS, MMS, E-mail, Instant Message หรือข้อความแชท ซึ่งมีให้เลือกใช้งาน 2 แบบ คือ แชทกับกลุ่มผู้ใช้เครื่อง BlackBerry ผ่านโปรแกรม BlackBerry Messenger หรือที่เรียกกันว่า BB กับสนทนาด้วยโปรแกรม IM ยอดนิยมอย่าง Windows Live Messenger และสามารถส่งข้อความเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเว็บสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่าง Facebook และ Twitter ได้ สำหรับการใช้บริการต่างๆ ของ BlackBerry ผู้ใช้จะต้องสมัครใช้บริการกับผู้ให้บริการ เท่านั้น โดยจะเสียค่าบริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 2 เท่า พร้อมระบบ Auto Focus ที่มีจุดเด่นคือ เมื่อกดถ่ายภาพ 1 ครั้งระบบจะทำการหาจุดโฟกัสที่ชัดที่สุดแล้วทำการถ่ายให้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเปิดแฟลชอัตโนมัติ ป้องกันภาพสั่น ค่าปรับสมดุลแสงสีขาว เปลี่ยนสีเอฟเฟกต์ ปรับคุณภาพ และตั้งค่า Geo-tagging หรือระบุพิกัด GPS ลงในรูปถ่ายได้ ส่วนวิดีโอบันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้ 2 แบบแบบแรก Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็มในขนาด 480 x 352 พิกเซล กับ MMS Mode สำหรับแนบส่งข้อความ MMS ในขนาด 176 x 144 พิกเซล และบันทึกไฟล์ในรูปแบบ .3GP ทั้ง 2 แบบ

ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่รองรับการเล่นไฟล์เพลง MP3, AAC, AAC+, eAAC+, WMA และ WMA ProPlus ด้วยระบบจัดการรายชื่อเล่น เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม พร้อมแสดงปกอัลบั้ม (ถ้ามี) รับฟังผ่านชุดหูฟังสเตอริโอบลูทูธ และตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้ พร้อมด้วยโปรแกรม Video สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอ MPEG4 H.263, MPEG4 Part 2 Simple Profile, H.264 และ WMV รองรับการแสดงภาพแบบเต็มจอ, โปรแกรม Ring Tones สำหรับเลือกเพลงเป็นสายเรียกเข้า, โปรแกรม Pictures สำหรับดูไฟล์ภาพ พร้อมแสดงภาพแบบสไลด์โชว์ และโปรแกรม Voice Notes สำหรับบันทึกเสียง

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช้งานด้วย BlackBerry Browser เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และเครือข่าย 3G HSDPA (7.2 Mbps) นอกจากนี้ยังรองรับเว็บไซต์ในรูปแบบ Full HTML ใช้งานได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน เมื่อเปิดเบราเซอร์ขึ้นมาจะแสดงแถบป้อนที่อยู่เว็บ ถัดลงมาแสดงแถบเครื่องมือค้นหาจาก Google ตามด้วยชื่อเว็บไซต์ที่บุ๊คมาร์ค และรายชื่อเว็บไซต์ที่เคยเข้าชมไปแล้ว เมื่อกดปุ่ม BlackBerry จะแสดงเมนูตัวเลือกขึ้นมาสำหรับตั้งค่าเบราเซอร์ และย่อ/ขยายหน้าเว็บ และสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ เพิ่มได้

ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.1 พร้อมด้วยเทคโนโลยี A2DP และ AVRCP กับแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม BlackBerry Desktop Manager พร้อมโปรแกรม BlackBerry Media Sync สำหรับซิงค์ไฟล์เพลงของ iTune หรือ Windows Media Player บนเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่อง BlackBerry ได้ง่ายใน 3 ขั้นตอน และหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 2 GB บวกกับ 256 MB Flash Memory เพิ่มได้ด้วย microSD card โดยรองรับได้สูงสุด 16 GB

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง BlackBerry Storm2 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super Fine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกโหมดการบันทึกแบบ Normal ในขนาดของภาพ 480 x 352 พิกเซล ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีด้วยเช่นเดียวกัน
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าเครื่องรุ่นนี้สามารถใช้งานสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมง และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 305 ชั่วโมง สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 1,400 mAh หลังจากทดสอบลองใช้งานในแบบทั่วไป ทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง อินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ และมีการใช้งานโทรศัพท์พูดคุยในระหว่างวันค่อนข้างมาก ปรากฏว่าใช้งานได้ประมาณ 2-3 วัน โดยรวมแล้วถือว่าระบบจัดการพลังงานทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพราะตัวเครื่องมีการเชื่อมต่อออนไลน์อยู่กับระบบตลอดเวลา
อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์พร้อมจำหน่ายที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง BlackBerry Storm2, แบตเตอรี่แบบ Li-ion
1,400 mAh จำนวน 1 ก้อน, หม้อแปลงชาร์จแบตเตอรี่พร้อมหัวปลั๊ก 3 แบบ, สายดาต้าลิงค์ micro USB Data Cable, ชุดชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำ microSD Card, ซองหนังอย่างดี, ผ้ากำมะหยี่สำหรับเช็ดหน้าจอ, แผ่น CD โปรแกรม BlackBerry Storm2, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

ความแตกต่างระหว่าง BlackBerry Storm รุ่นแรกกับ BlackBerry Storm2 ที่เห็นได้อย่างได้อย่างเด่นชัดเลยก็คือ SurePress Technology ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ใช้งานได้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งปรับเปลี่ยนปุ่มควบคุมการใช้งานให้รวมอยู่กับส่วนของหน้าจอ เพิ่ม Face Detection feature หรือเซนเซอร์ปิดการทำงานของหน้าจอ และเพิ่มการเชื่อมต่อ Wi-Fi เข้ามาในตัวเครื่อง ทำให้ BlackBerry Storm2 เป็นสมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์แบบเครื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 99 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.