Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


หลังจากที่ค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่อย่าง Nokia โดนค่ายโทรศัพท์มือถือจากแดนโสม ประเทศเกาหลีถล่มราคาทัชโฟนราคาถูกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ได้ออกมาแก้เกมโดยนำ Nokia 5230 มาตัดลดฟีเจอร์ลงแล้ววางจำหน่ายในชื่อใหม่ว่า Nokia 5233 สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian OS เวอร์ชัน 9.4 พร้อม User Interface แบบ Series 60 เวอร์ชัน 5 ในราคาสุดประหยัด









รูปทรงของ Nokia 5233 เป็นสมาร์ททัชโฟนรูปทรงแท่ง ด้วยดีไซน์ที่เหมือนกับรุ่น Nokia 5230 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ กับงานประกอบที่ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว สำหรับหน้าจอแสดงผลเป็นจอสีแบบ TFT resistive touch screen 16 ล้านสี ความละเอียด 640 x 360 พิกเซล (nHD) ขนาด 3.2 นิ้ว แบบ Wide Screen ในอัตราส่วน 16 : 9 พร้อมทั้งใช้ระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ และระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อเอาเครื่องแนบกับหน้าขณะสนทนา

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่ด้านซ้ายบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ช่องสำหรับใส่ SIM Card และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกพร้อมฝาปิด ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB, ช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., ช่องเสียบสายชาร์จไฟแบตเตอรี่ และปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน และช่องสำหรับเปิดฝาหลัง


Sim1….ใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านท้ายเครื่องขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากช่องตรงกลางด้านบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่แล้วหยิบออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายข้างเครื่องตามรูปสัญลักษณ์ด้านใน





การใส่ SIM CARD
ช่องสำหรับใส่ SIM Card เครื่องรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนเครื่องทั่วไป โดยอยู่บริเวณด้านซ้ายข้างเครื่อง ครั้งแรกของการใช้งานแนะนำให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อนโดยใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างเครื่องขึ้นมาแล้วหยิบฝาหลังออก จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้เปิดช่องใส่ SIM Card ออกมาแล้วนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ดันเข้าไปจนสุด และปิดช่องใส่ SIM Card หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม ส่วนการถอด SIM Card นั้นให้ถอดฝาหลังและแบตเตอรี่ และใช้ปากกาสไตลัสจิ้มลงในช่องใส่ SIM Card ดันเลื่อนออกมาตามลูกศรแล้วหยิบ SIM Card ออกมาจากเครื่อง

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่องอยู่บริเวณด้านขวาบนของเครื่อง ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาทีจนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏโลโก้ Nokia ตามด้วยสัญลักษณ์มือประสานกัน และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักพร้อมใช้งานเป็นแบบ User Interface แบบ Series 60 UI เวอร์ชัน 5 ที่สามารถเลือกเปลี่ยนการแสดงผลหน้าจอ Home screen theme ได้ 3 แบบคือ Basic แบบหน้าจอว่างๆ, Shortcuts bar แบบแสดงเมนูไอคอนลัด 4 เมนูบนหน้าจอ และ Contacts Bar แบบแสดงรูปผู้ติดต่อบนหน้าจอ ใส่ได้สูงสุด 20 รายชื่อ สามารถตั้งแสดงสถานะ E-Mail เพลงที่เล่น หรือวิทยุคลื่นที่ฟังอยู่ได้ วิธีตั้งค่าหน้าจอแสดงผล Home Screen แบบต่างๆ ให้เข้าไปที่เมนู Settings> Personal>Home screen>Home screen theme
Open+open page….กดที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงกลางด้านบนเครื่องค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มี 3 ปุ่มอยู่ใต้หน้าจอ ประกอบด้วยปุ่มกดสำหรับการเปิดแอบพลิเคชัน (ปุ่มเมนู), ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย รวมทั้งมีปุ่ม Media Bar ซึ่งอยู่บริเวณมุมขวาด้านบนของหน้าจอ โดยเป็นปุ่มแบบสัมผัสสำหรับเข้าเมนู Music, Gallery, Share online, Video Centre และ Web browser ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรจะเป็นแบบ Visual Keyboard หรือแป้นพิมพ์เสมือนใช้งานบนหน้าจอแบบสัมผัส ซึ่งมีให้เลือก 3 แบบคือ แบบ Handwriting เขียนตัวอักษรด้วยปากกาสไตลัส, แบบ Alphanurmeric keypad แป้นตัวเลข/ตัวอักษร และแบบ Full screen QWERTY แป้นพิมพ์เต็มรูปแบบ นอกจากนี้ด้านขวาข้างเครื่องก็ยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านขวาบนเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง ส่วนความเหมาะมือนั้น เท่าที่ลองใช้งานดูก็มีความเหมาะมือเป็นอย่างดี เพราะตัวเครื่องขนาดเท่ากันกับรุ่น Nokia 5230 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือ ทั้งเวลาที่ใช้นิ้วแตะสัมผัส และกดปุ่มใช้งาน

เมนูการใช้งาน
การเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ให้ใช้ปุ่มที่อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย ซึ่งหน้าตาเมนูใช้งานนั้นเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนู เลือกแสดงผลได้ 2 แบบคือ แบบ Grid และแบบ List วิธีตั้งค่าทำได้โดยเลือกที่ Optiobns>Change Menu view สำหรับเมนูหลักมีทั้งหมด 12 เมนูด้วยกันดังนี้

  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ ทั้งการประชุม บันทึก วันครบรอบ และบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
  • Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับบันทึกรายละเอียดของผู้ติดต่อพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ สามารถตั้งกลุ่มการโทร และแนบไฟล์รูปถ่ายได้
  • Log เมนูเช็คข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ รวมถึงเวลาที่ใช้งานโทร และข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต
  • Internet เมนูใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตประกอบด้วย Web, Share online, Search, Ovi Contacts, YouTube, Facebook, Friendster, MySpace, Amazon และ Hi5
  • Messaging เมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความทั้งแบบ SMS, MMS, Audio message และ E-mail
  • Gallery เมนูสำหรับดูไฟล์มีเดียต่างๆ ได้แก่ ไฟล์ภาพและวิดีโอ ไฟล์เพลง ไฟล์เสียง และไฟล์มีเดียอื่นๆ
  • Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
  • Music เมนูรวมเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่มีทั้ง Music Player, Radio, Music Store, Podcasting และ Recorder
  • Maps เมนูโปรแกรมแผนที่ Ovi Maps 3.0
  • Settings เมนูตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่องประกอบด้วย การตั้งค่าส่วนตัว การตั้งค่าโทรศัพท์ การจัดการแอบพลิเคชัน การตั้งค่าการโทร การตั้งค่าการเชื่อมต่อ และ Phone Switch สำหรับโอนถ่ายข้อมูลจากโทรศัพท์เครื่องเก่า
  • Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของเครื่อง
  • Applications เมนูรวมโปรแกรมต่างๆ ได้แก่ Install. Apps สำหรับติดตั้งโปรแกรม, นาฬิกา, กล้องดิจิทัล, เกม, โปรแกรมใช้งานเอกสาร, Video centre, ตั้งค่าเครื่อง, Ovi Store, Switch, My Nokia, โปรแกรม RealPlayer, ที่ตั้ง, อัปเดตซอฟต์แวร์, ตั้งค่าอุปกรณ์เสริม, ตัวช่วยสำหรับตั้งค่าใช้งานอินเทอร์เน็ต ตั้งค่าอีเมล์ และโปรแกรมสำหรับโอนถ่ายรายชื่อไปยังเครื่อง Nokia ด้วยกัน


ด้านการโทร
เริ่มที่เมนู Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหารายชื่อและเพิ่มรายชื่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อนั้นทำได้โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลง พร้อมทั้งมีระบบ Search ที่ค้นหารายชื่อได้รวดเร็วเพียงแค่กดตัวอักษรตัวแรกในช่องสี่เหลี่ยมด้านล่างเท่านั้นรายชื่อก็จะแสดงขึ้นมา ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อสามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังรองรับ Ovi Contact สำหรับสนทนาแบบแขทระหว่างผู้ใช้ Ovi Mail ด้วยกัน สำรองรายชื่อผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ และจัดการรายชื่อโดย PC Suite หรือสำรองผ่าน Ovi Sync ได้เช่นกัน

ส่วนการใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออก ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Telephone ก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาให้ใช้งาน สามารถใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปหูโทรศัพท์ หรือกดที่ปุ่มโทรด้านขวามือด้านล่างหน้าจอเพื่อโทรออกได้ ในส่วนการเช็คดูข้อมูลการโทรต่างๆ ดูได้ในเมนู Log โดยแบ่งเป็น 3 รายการหลักคือ Recent Calls แสดงรายการเบอร์ที่ไม่ได้รับ เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก, Call Duration แสดงเวลาที่ใช้งานโทร ประกอบด้วยเวลาโทรครั้งล่าสุด เวลาที่โทรออก เวลาที่ได้รับสาย และเวลารวมในการใช้สายทั้งหมด และ Packet Data แสดงรายการจำนวนข้อมูลที่รับ และส่งออกจากการใช้งานด้านข้อมูล

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความทำได้ทั้ง SMS, MMS, Audio message และ E-Mail ที่ตั้งค่าได้ง่าย เพียงแค่ใส่ที่อยู่อีมล์กับรหัสผ่าน ตัวระบบก็จะสร้างการตั้งค่าให้ได้ทันที แต่ถ้าเป็นเมล์เฉพาะที่นอกเหนือปกติ ก็ตั้งค่าด้วยตัวเองได้เช่นกัน รวมทั้งสามารถแนบไฟล์พร้อมเปิดดูไฟล์ที่แนบมาได้, รองรับการตรวจสอบอีเมล์ และรองรับ Mail for Exchange นอกจากนี้ยังมี Nokia Messaging สำหรับใช้งาน Push Mail กับเมล์ต่างๆ มาให้ใช้งานด้วย

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่ Music Player รองรับไฟล์เพลง MP3, MP4, AAC, eAAC+, WMA ด้วยระบบจัดรายการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับอีควอไลเซอร์ได้ 6 แบบ แสดงปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) ตั้งค่าปรับสมดุลเสียงลำโพง ปรับเพิ่มความดัง และขยายเสียงสเตอริโอ พร้อมปุ่มเฉพาะสำหรับปรับระดับเสียง และสามารถเปิดเครื่องเล่นเพลงได้ทันทีจากแถบ Media Bar พร้อมทั้งรับฟังผ่านลำโพงสเตอริโอในตัวแบบ 3 มิติรอบทิศทาง และรองรับ Nokia Podcasting หรือการฟังเพลงดิจิทัลหรือวิดีโอแบบออกอากาศที่ดาวน์โหลดและเล่นในเครื่องได้

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo พร้อมรองรับการใช้งานระบบ RDS ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ ค้นหาด้วยตนเอง จัดเก็บสถานีได้ 20 สถานี และรับฟังผ่านลำโพงได้โดยใช้ชุดหูฟังเป็นเสาอากาศรับสัญญาณ, โปรแกรม RealPlayer สำหรับฟังเพลงหรือดูวิดีโอคลิป ที่สามารถเล่นแบบเต็มจอในแนวนอนได้ รวมถึงวิดีโอสตรีมมิ่งที่รองรับไฟล์วิดีโอ 3GPP และ CIF และรองรับบริการวิดีโอเซ็นเตอร์สำหรับดาวน์โหลดและสตรีมข้อมูลวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ต และโปรแกรม Music Store สำหรับสั่งซื้อเพลงออนไลน์ โดยทดลองฟังได้ 30 วินาทีก่อนซื้อ (แต่ตอนนี้ในประเทศไทยยังไม่เปิดให้บริการ)

ด้านการถ่ายภาพ มีกล้องดิจิทัลความละเอียด 2.0 ล้าน โดยใช้เลนส์ CMOS ภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1600 x 1200 พิกเซล ซูมดิจิทัล 3 เท่า ตั้งค่าเลือกโหมดฉาก 6 แบบรวม Night Mode แสดงช่องเล็ง ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติ ปรับโทนสี ปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งค่าเปิดรับแสง ปรับความไวแสง ปรับความเข้มแสง ปรับความคมชัด ถ่ายแบบต่อเนื่อง และแนบพิกัดตำแหน่งดาวเทียมได้ (Geotagging) ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม เลือกความละเอียดสูงสุด 640 x 480 พิกเซล ที่อัตรา 30 fps ในรูปแบบไฟล์วิดีโอ .3GP และ MP4 ตั้งค่าเลือกโหมดฉากได้ 3 แบบ ปรับสมดุลแสงสีขาว และเลือกโทนสีได้ และเมื่อถ่ายภาพเสร็จเรียบร้อยสามารถตกแต่งแก้ไขรูปภาพด้วยโปรแกรมที่มีอยู่ในเครื่องได้ รวมทั้งสามารถแชร์ภาพหรือวิดีโอเข้าสู่สังคมออนไลน์ อย่าง Share on Ovi, Flickr, Vox เป็นต้นได้ทันที

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 รองรับการเปิดหน้าเว็บแบบ HTML, xHTML และ WML, รองรับโปรโตคอล HTTP, WAP และ JavaScript และรองรับ TCP/IP ผ่าน OSS Browser โดยใช้งานผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 32 พร้อมทั้งมีโปรแกรม Nokia Mobile Search สำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในเครื่อง และผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ดังๆ อย่าง hi5, YouTube, Facebook, MySpace และ Friendster

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบผ่านสาย microUSB 2.0 สำหรับเชื่อมต่อกับโปรแกรม PC Suite, Mass storage สำหรับเก็บข้อมูล, Image transfer โอนถ่ายไฟล์ภาพ และ Media transfer กับผ่านช่องหัวต่อ Nokia AV Connector ขนาด 3.5 มม.เพื่อเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ และแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 ที่รองรับเทคโนโลยี A2DP & AVRCP พร้อมทั้งสนับสนุน MTP (Mobile Transfer Protocol) ปิดท้ายด้วยหน่วยความจำภายในเครื่องนั้นมีขนาด 70 MB เพิ่มได้ด้วย microSD Card ได้สูงสุด 16 GB

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Nokia 5233 ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 2.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่ง เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 1600 x 1200 พิกเซล เลือกโหมดฉากแบบ Automatic โดยเลือกถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีพอใช้ ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาดที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล (TV high quality) ที่อัตรา 30 เฟรมต่อวินาที ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีพอใช้ และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 455 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 10.7 ชั่วโมง เล่นวิดีโอได้นานต่อเนื่องสูงสุด 3 ชั่วโมง และเล่นเพลงได้นานต่อเนื่องสูงสุด 33 ชั่วโมง จากการทดลองใช้งานทั่วๆ ไปใน 1 วัน ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่องมีการใช้สายโทรเข้าออกประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใช้ฟังเพลง ฟังวิทยุ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เล่นเกมอีกประมาณ 3 ชั่วโมง ปรากฏว่าตอนดึกของวันเดียวกันแบตเตอรี่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง โดยรวมแล้วก็พอสำหรับการใช้งานหนักๆ ได้ใน 1-2 วัน

อุปกรณ์เสริม
ชุดจัดจำหน่ายของเครื่อง Nokia 5233 ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion 1,320 mAh (BL-5J) จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่คุณภาพสูง (AC-8), ชุดหูฟังแบบ Stereo 1 เส้น (WH-102), Plectrum Stylus หรือปิ๊กกีตาร์ (CP-306) และคู่มือการใช้งาน (Thai/English)


Nokia 5233 ถือเป็นสมาร์ททัชโฟนที่มีจุดเด่นในเรื่องของราคาที่ถูกสุดในแบรนด์ Nokia เลยก็ว่าได้ โดยเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งลงธีม โปรแกรม เกม และปรับแต่งหน้าจอได้หลายรูปแบบ สำหรับการใช้งานด้านอื่นๆ ของรุ่นนี้ยังคงฟังก์ชันการใช้งานที่เหมือนกับรุ่น Nokia 5230 คู่แฝด ยกเว้นลูกเล่นที่ Nokia 5233 ไม่มีคือ ตัดการรองรับ 3G และ GPS ออกไปเท่านั้นเอง

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 99 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.