|

ประกาศครองตำแหน่งยอดขายโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งไปได้ไม่นาน ล่าสุด Samsung ก็ทยอยส่งโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยส่งโทรศัพท์มือถือ 3 รุ่นใหม่เจาะกลุ่มผู้ใช้ระดับกลางในตระกูล Shark Series จำนวน 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Samsung S5350 Shark, Samsung S5550 Shark 2 และ Samsung S3550 Shark 3 โดยรุ่นแรกที่วางจำหน่ายเป็นรุ่นแรกก่อนคือ รุ่นนี้ Samsung S5350 Shark


Samsung S5350 Shark ได้รับการออกแบบดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย พร้อมปุ่มกดที่ออกแบบมาอย่างสวยงามลงตัว ดูโดดเด่น และขนาดของเครื่องที่พอเหมาะ ช่วยให้ถือจับใช้งานได้อย่างสบายๆ ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะมาเป็นส่วนประกอบในส่วนด้านข้างและฝาหลังผสมผสานกับพลาสติกแบบด้านในส่วนของตัวตัวเลขเพื่อไม่ให้เกิดรอยนิ้วมือจากการใช้งาน และการชีดข่วน และวัสดุแบบมันเงาในส่วนของหน้าจอ รวมทั้งงานประกอบที่ดีเยี่ยม และดูแข็งแรง
พลิกมาด้านหลังเครื่องด้านบนจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล และด้านซ้ายติดกันจะเป็นช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง และด้านล่างจะมาพร้อมลวดลาย และตัวอักษร SAMSUNG ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับช่องเสียบชุดหูฟัง สายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์แบบ miniUSB รวมอยู่ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า ด้านขวามีปุ่มสำหรับใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน

Sim1….ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง
Sim2 …ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์แล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card ใส่เข้าไปในเครื่อง Samsung S5350 Shark ให้ถอดฝาหลัง และแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องพลิกมาด้านหลังในแนวนอนแล้วใช้นิ้วกดลงตรงกลางฝาหลังดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card อยู่บริเวณด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ และเป็นช่องแบบแนวตั้ง ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านบน และดันเข้าไปจนสุด หลังจากที่ใส่ SIM Card เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายที่อยู่ด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น ตามด้วยโลโก้ Samsung และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักหรือ Home Screen ของเครื่องรุ่นนี้สามารถเลือกใช้ Theme ที่มีอยู่ในเครื่อง (มีให้เลือก 3 Theme), ภาพถ่าย, Living world และ Photo slider โดยเข้าไปตั้งค่าเปลี่ยนได้ที่เมนู Settings>Display and light>Home screen นอกจากนี้ที่หน้าจอหลักยังสามารถตั้ง Short Cut หรือเมนูลัดไว้สำหรับใช้งานได้ตามสะดวกอีกด้วย
Open+open page….กดที่ปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์ค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นส่วนของแผงปุ่มกดควบคุมการใช้งานต่างๆ ประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง, ปุ่ม Soft Key ซ้าย/ขวา, ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนเป็นส่วนของแผงปุ่มกดตัวเลขซึ่งออกแบบเป็นแถบปุ่ม 4 แถวด้วยรูปทรงโค้งเว้า โดยในแต่ละแถวนั้นจะมีตัวเลขให้กดใช้งานแถวละ 3 ตัวเลขด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวาปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล/ชัตเตอร์ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นเครื่องรูปทรงแท่งที่มีขนาดมาตรฐานไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป และมีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือทั้งเวลาใช้งานปกติ และเวลาใช้นิ้วกดลงบนแผงปุ่มกดใช้งานต่างๆ
เมนูการใช้งาน
วิธีการเข้าสู่เมนูหลักของเครื่อง Samsung S5350 Shark ทำได้โดยกดที่ปุ่ม Soft Key ด้านซ้ายมือเพื่อเข้าสู่เมนูหลักของเครื่อง สำหรับเมนูหลักแสดงผลในรูปแบบไอคอนเรียงกัน 4 แถวๆ ละ 3 เมนูรวม 12 เมนูด้วยกันดังนี้
- Logs เมนูสำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ รวมถึงเช็คเวลาที่ใช้งานไป ค่าโทร และตั้งเบอร์ปฏิเสธรับสายได้
- Phonebook เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ รวมทั้งสามารถคัดลอก และย้ายรายชื่อผู้ติดต่อจากซิมสู่เครื่อง และเครื่องสู่ซิมได้
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล และโปรแกรม Find Nusic สำหรับค้นหาช้อมูลของเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต
- Internet เป็นเมนูสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser และตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ต
- Messages เมนูรับส่งข้อความรองรับทั้ง SMS, MMS และ Email
- My files เมนูสำหรับจัดการไฟล์ มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ รูปภาพ ไฟล์วิดีโอคลิป ไฟล์เสียง ไฟล์อื่นๆ และเช็คดูหน่วยความจำที่ใช้และเหลืออยู่ได้
- Organizer เมนูผู้ช่วยเลขาส่วนตัวประกอบด้วยปฏิทิน บันทึกย่อ สิ่งที่ต้องทำ นาฬิกาเทียบเวลา และตัวแปลงหน่วย
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ
- Communities เป็นเมนูที่ได้รวบรวมการเข้าถึง Social Network หรือสังคมออนไลน์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Bebo, Fotki, Facebook, Flickr, Photobucker, YouTube, Picasa, My Space เป็นต้น
- Applications เมนูที่รวบรวมโปรแกรมต่างไม่ว่าจะเป็นบริการจาก Google, วิทยุ FM, โปรแกรมสนทนาแบบแชท, โปรแกรมตัดต่อภาพ, เกมและอื่นๆ, เครื่องบันทึกเสียง, บลูทูธ, การซิงค์โครไนซ์, นาฬิกา, นาฬิกาจับเวลา และ RSS reader
- Alarms เมนูนาฬิกาปลุกสำหรับตั้งปลุกเตือน
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่องได้แก่ รูปแบบโทรศัพท์ หน้าจอและแสง เวลาและวันที่ การตั้งค่าโทรศัพท์ การตั้งค่าแอบพลิเคชัน ระบบป้องกัน การตั้งค่าเครือข่าย การเชื่อมต่อ PC การตั้งค่าแบบ Wizard การตั้งค่าความจำ และตั้งค่าใหม่


ด้านการโทร
เริ่มที่ Phonebook สำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ ทำได้โดยพิมพ์ตัวอักษรชื่อขึ้นต้นของรายชื่อที่ต้องการค้นหาในช่องสี่เหลี่ยมด้านบนที่มีรูปไอคอนแว่นขยายด้านหน้า ด้วยระบบ Smart Search ก็จะแสดงรายชื่อขึ้นมาให้เลือกสำหรับกดโทรออก ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อนั้นทำได้โดยกดเลือกที่ Options>Create contact โดยสามารถบันทึกข้อมูลรายละเอียดของผู้ติดต่อลงในเครื่องได้อย่างครบถ้วน และได้มากถึง 2,000 ตำแหน่ง แต่ถ้าเลือกบันทึกลงใน SIM จะใส่ได้เฉพาะชื่อและเบอร์โทรเท่านั้น
ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ (Log) ดูได้ทั้งเบอร์โทรที่ใช้งานทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก เบอร์ที่ได้รับสาย และดูข้อมูลจากการรับส่งข้อความ SMS ได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ โดยเลือกที่เมนู Call Manager รวมทั้งตั้งค่าเบอร์ปฏิเสธรับสายได้ และการตั้งค่าการโทรนั้นไม่ได้อยู่รวมในเมนู Call Log แต่อยู่ในเมนู Settings> Application settings>Call โดยสามารถตั้งค่าการโทรทั้งหมด การโทรปกติ การโทรวิดีโอ และการโทรหลอกหรือ Fake call ได้
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความต่างๆ รองรับการใช้งานทั้งแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3, IMAP4 และ SMTP พร้อมทั้งมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 สามารถเพิ่มไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง และไฟล์วิดีโอ โดยนำไฟล์ที่มีอยู่ในเครื่องหรือเลือกบันทึกใหม่มาใส่ในข้อความที่จะส่งก็ได้ในขนาดไม่เกิน 300 KB พร้อมทั้งมีระบบย่อภาพอัตโนมัติ และหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อความแบบ SMS นั้นเก็บได้สูงสุด 500 ข้อความ นอกจากนี้ยังติดตั้งโปรแกรมสนทนาแบบแชทชื่อดังอย่างโปรแกรม Palringo
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้าน ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล เลือกโหมดในการถ่ายภาพได้ทั้งแบบ Single, Beauty, Smile shot, Continuous, Panorama Mosaic และเฟรม ตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว ใส่เอฟเฟกต์ โหมดถ่ายกลางคืน เลือกคุณภาพในการถ่าย ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติ และปรับความสว่างได้ ส่วนวิดีโอบันทึกพร้อมเสียงได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 320 x 240 พิกเซล โดยบันทึกได้ 2 โหมดคือ Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม ในรูปแบบไฟล์ MP4 กับแบบ MMS สำหรับแนบเป็นไฟล์ส่งข้อความ MMS ในรูปแบบไฟล์ .3GP และสามารถซูมภาพขณะบันทึกในโหมดนี้ได้ถึง 13 เท่า
ในส่วนของฟังก์ชันมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล ที่รองรับการเล่นไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3, WAV, eAAC+, WMA ด้วยระบบจัดการเพลง (Playlists) เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม แสดงปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) และตั้งค่าปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 10 แบบ สามารถตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าต่างๆ และเสียงปลุกเตือนได้ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Find Music สำหรับค้นหาข้อมูลเพลงจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต, วิทยุ FM Radio ที่มีระบบค้นหาและจัดเก็บสถานีอัตโนมัติ และรับสัญญาณวิทยุผ่านชุดหูฟัง รวมทั้งมีโปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์วิดีโอ ซึ่งรองรับไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP และ MP4 และโปรแกรมบันทึกเสียง (Voice recorder) ที่บันทึกได้นานครั้งละ 5 นาที
ด้านการเชื่อมต่อ
ด้านการเชื่อมต่อ ประกอบด้วยการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย WAP Browser ของ NetFront Browser เวอร์ชัน 3.5 ผ่านเครือข่าย GRPS/EDGE Class 10 และเครือข่าย 3G HSDPA ที่ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 3.6 Mbps รวมทั้งเชื่อมต่อเข้าสู่ Web Communities หรือสังคมออนไลน์ได้ง่ายดายและสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออนไลน์ให้เข้าสู่เว็บล็อกหรืออัปโหลดรูปภาพ พร้อมส่งให้เพื่อนได้ทันที ทั้งบน Bebo, Fotki, Facebook, Flickr, Photobucket, Picasa, MySpace และ Friendster และรองรับการเชื่อมต่อเข้าบริการ Google ทั้ง Google Search, Gmail และ Google Maps และสามารถดูวิดีโอคลิปผ่านทาง YouTube ได้
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB เวอร์ชัน 2.0 ผ่านฟังก์ชัน PC connections สำหรับเชื่อมต่อกับโปรแกรม Samsung PC studio, Media Player และ Mass storage กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP สำหรับเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ Bluetooth นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อโอนถ่ายข้อมูลต่างๆ ด้วยฟังก์ชัน Synchronize ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในเครื่องมาให้ขนาด 100 MB และเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung S5350 Shark ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2048 x 1536 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ Super fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ตั้งคุณภาพของภาพสูงสุดแบบ Super Fine และเลือกขนาดสูงสุด 320 x 240 พิกเซล ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี ไม่มีการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-ion ขนาดความจุ 900 mAh ดูจากสเปกสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 450 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นาน 10 ชั่วโมง 30 นาที จากการทดลองใช้งานจริง หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม โดยเปิดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ฟังวิทยุ ฟังเพลง ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วันเศษเลยทีเดียว แต่ถ้ามีการเปิดใช้งานเชื่อมต่อบลูทูธทิ้งไว้ และมีการใช้งานในเครือข่าย 3G ก็อาจใช้งานได้เพียง 1 วันเท่านั้น โดยรวมแล้วถือว่าการจัดการพลังงานทำได้ค่อนข้างดีพอสมควร
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง Samsung S5350 Shark ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 900 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่, การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, CD Rom โปรแกรมใช้งานพร้อม User Guide CD และคู่มือใช้งาน
Samsung S5350 Shark ทำให้สัมผัสได้ถึงความดุดันของฉลามซึ่งถือได้ว่าเป็นเจ้าแห่งท้องทะเลได้เลยทีเดียว ด้วยความสามารถที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิทัล 3.0 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยลูกเล่นดีๆ อย่างเช่น Beauty Shot รวมทั้งมีเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล, วิทยุ FM เป็นต้น นอกจากนี้ยังรองรับ 3G และเชื่อมต่อเข้าสู่สังคมออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย และที่สำคัญราคาที่ไม่สูงมากนัก ทำให้รุ่นนี้ดูดุขึ้นมาทันที
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 99 ... |