Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


เปิดใจ แพททริก แอรอนสัน ขุนพลคนใหม่ โมโตโรล่าประเทศไทย     
หลายคนคงจะทราบข่าวการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรภายในของโมโตโรล่าระดับโลกแล้ว ในขณะเดียวกัน โมโตโรล่าประเทศไทยก็ได้มีการปรับเปลี่ยนขุนพลคนใหม่ แพททริก แอรอนสัน ผู้จัดการประจำโมโตโรล่าสาขาประเทศไทย กับก้าวต่อไปในการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่คืน

ในช่วงหลังเข้ารับตำแหน่ง คุณแพททริกเตรียมงานอย่างไรบ้าง
หลังจากที่ผมเข้ารับตำแหน่งมาประจำที่นี่ ผมทำงานหนักและทำงานเยอะมาก มีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนากลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจของโมโตโรล่าในตลาดประเทศไทย โดยนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันที่หลากหลายสู่พาร์ทเนอร์และลูกค้าครับ

โดยมี 2 สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมาก อย่างแรกก็คือเรื่องของทีม ที่ต้องทำงานด้วยกันเพื่อให้งานลุล่วงและสำเร็จ อย่างที่ 2 คือพาร์ทเนอร์ เราจะต้องหาพาร์ทเนอร์ร่วมทำงานไปในทิศทางเดียวกันกับเรา

เมื่อช่วงต้นปี โมโตโรล่ามีการแยกกิจการระหว่างธุรกิจโทรศัพท์มือถือและธุรกิจอื่นๆ การแยกครั้งนี้จะช่วยส่งผลดีโดยรวมต่อโมโตโรล่าอย่างไรบ้าง
โมโตโรล่ามีธุรกิจหลายๆ ประเภทมาก เพราะธุรกิจต่างๆ ที่เคยรวมกันนั้น เป็นโจทย์ที่แตกต่างกัน ธุรกิจต่างกัน เราก็ย่อมตอบโจทย์ต่างกัน และแนวทางนี้ก็เป็นสิ่งที่คนอื่นๆ ก็ทำเช่นกัน แต่ถึงแม้ว่าเราจะแยกธุรกิจออกจากกันแล้ว แต่ทีมงานก็ยังทำงานเป็นทีมเดียวกัน ทำงานด้วยกัน ยังแชร์ข้อมูลต่างๆ ด้วยกัน

เราเชื่อว่าการแยกธุรกิจออกมาเป็นบริษัทโทรศัพท์มือถือ กับธุรกิจอื่นๆ ซึ่งแยกเป็น 2 ส่วน ในอนาคตย่อมเป็นสิ่งที่ดีและน่าพอใจสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน

ในส่วนของธุรกิจโทรศัพท์มือถือจะสามารถตอบโจทย์ให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้น เรามุ่งหวังที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภค เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโปรดักต์ กลยุทธ์ การสื่อสาร จะเป็นการตอบโจทย์ไปที่ผู้บริโภคเป็นหลัก ในขณะที่อีกส่วนของธุรกิจนั้นจะเน้นหนักไปทางโกเวอร์เมนต์ เอนเตอร์ไพร์ส ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน เมื่อมองภาพรวมแล้ว ซึ่งจะสามารถทำให้เราตอบโจทย์ในด้านเม็ดเงินที่ลงทุน ด้านการโฆษณาได้อย่างชัดเจนครับ

ที่ผ่านมาโมโตโรล่าดูจะมีกระแสความเคลื่อนไหวที่ดูจะน้อยไปสักหน่อย เป็นเพราะอะไร
ก็ไม่ถือว่าเงียบหรือไม่มีความเคลื่อนไหวนะครับ เพราะโมโตโรล่าเราเอง ก็มีการเปิดตัวโทรศัพท์ตัวใหม่อยู่เรื่อยๆ ตลาดเมืองไทยเองก็มีหลายสิ่งหลายอย่างมีผลต่อเมืองไทยด้วย มีหลายแบรนด์ที่เข้ามาและเคลื่อนไหวในตลาด ซึ่งแน่นอนโมโตโรล่าก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ในบางครั้งมันไม่ได้อยู่ที่ว่าใครพูดเสียงดังขนาดไหน แต่อยู่ที่ว่าเราพูดอะไรกับผู้บริโภคต่างหาก

และอาจจะเป็นด้วยเหตุผลที่ว่าข้อความที่เราสื่อสารไปยังผู้บริโภค มีบ้างครั้งที่อาจไม่ชัดเจนประกอบกับตลาดมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา จึงอาจทำให้ผู้บริโภคไม่ค่อยได้ยินอะไรจากโมโตโรล่า ดังนั้นสิ่งที่ผมจะมุ่งไปก็คือ การสื่อสารที่ชัดเจนไปยังตลาด นี่คือโจทย์ครับ

แล้วจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร
เริ่มจากเลือกสินค้าที่ใช่ เลือกข้อความที่ต้องการสื่อออกไปที่ใช่ และก็ผลักดันสินค้ากับข้อความนั้น และก็โฟกัสลงไป ให้ผู้บริโภคได้รับอย่างชัดเจน

อย่างช่วงนี้เราวางตลาดรุ่น ZN5, A1600, W388 และ EM30 ซึ่งจะมีความชัดเจนในแต่ละรุ่น เพราะจริงๆ แล้วในตลาดมีออกมา 100 รุ่น คนจะจำได้เพียง 20 รุ่นหรือ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นการเลือกโมเดลเข้ามาจำหน่ายในไทย เราจะเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับตลาดไทย และเลือกสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในกลุ่มนั้นๆ ที่เราดูแล้วว่ามีตลาดตรงนั้น เราก็จะใส่เข้าไป โดยเราจะดูคือผู้บริโภค ว่าตลาดต้องการอะไร และราคาที่เหมาะสมกับตลาด

ประเภทและจำนวนรุ่นที่วางขายยังมีมากเช่นเดิม แต่เราจะเลือกสินค้าในแต่ละประเภทที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละเซกเมนต์ แล้วเราจะผลักดันโฟกัสลงไป โดยเราจะรวบรวมข้อความที่จะสื่อสารให้มันตรงจุดและมีพลัง ซึ่งเราจะลงทุนเรื่องการตลาด จะเลือกใช้สื่อที่สามารถลงไปถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

กลยุทธ์ของโมโตโรล่า นับจากนี้ที่จะนำมาสู้ในตลาดคืออะไร
เราจะใช้ตัวสินค้าเป็นตัวนำ โมโตโรล่าเราเป็นผู้นำในด้านของอินโนเวชัน นับจากอดีตเราทำให้คนถือโทรศัพท์ออกนอกบ้านได้ครับ จากนั้นเราก็พัฒนาขนาดจากใหญ่มาเป็นขนาดเล็กและบางลง และเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือให้เป็นแฟชั่น เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ดังนั้นเรื่องของอินโนเวชันเราไม่เคยเปลี่ยน

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ นวัตกรรมที่เราคิดค้นมา เรามองผู้บริโภคเป็นหลัก ทำเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ผู้บริโภคคิดอะไร เราตอบโจทย์ไปที่ตรงนั้น ธุรกิจของเราจะเติบโตด้วยการให้ประสบการณ์การใช้สินค้าผ่านดีไซน์ ผ่านการกลั่นกรองจากฐานลูกค้า โดยดูว่าเทรนด์อะไรคือสิ่งที่เขามองหาหรือตอบโจทย์เขาตรงนั้น เราจะต้องมีความเข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการอะไร แล้วเราจะกลับไปดีไซน์สินค้า เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ตรงนั้น

และสิ่งที่จะทำให้เกิดประสบการณ์การใช้โทรศัพท์ นั่นก็คือตัวชิปเซต บนเหนือชิปเซตก็ต้องมีซอฟต์แวร์ นี่คือ 2 อย่างที่ต้องถูกลิงค์เข้าด้วยกัน และเลือกใส่ประสบการณ์และแอบพลิเคชันต่างๆ ลงไปได้ ที่เรารู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะ 2 เดือนที่แล้ว เราประกาศชื่อ CEO คนใหม่ ซึ่งคือ CEO ของ Qualcomm เขามีความรู้ในเรื่องนี้ที่จะมาช่วยเสริมเรื่องประสบการณ์

และถ้าพูดถึงเรื่องดีไซน์ของโมโตโรล่า ผมมีความเชื่อว่าเราคือผู้นำเรื่องดีไซน์ เราทำโทรศัพท์ที่สวย ถ้าดูโดยรวมของสินค้าคือมีดีไซน์ที่สวย และ CEO คนใหม่ที่มีความรู้เรื่องชิปเซตเข้ามา เราจะสามารถสร้างประสบการณ์ได้เพิ่มมากและดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อไม่ให้สวยแต่เพียงภายนอก แต่ยังสามารถตอบโจทย์ต่างๆ ของลูกค้าได้ด้วยครับ

ปรากฏการณ์ V3 จะมีโอกาสเกิดขึ้นอีกไหม
กระแส V3 ก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์เลย เป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าในมุมมองของเรา อยากให้สินค้าทุกตัวเป็นปรากฏการณ์หมด คือตอบโจทย์ลูกค้าครบถ้วน เพื่อที่เราจะได้มีเทรนด์ในลักษณะนี้ มากกว่าที่จะขึ้นเป็นปรากฏการณ์เพียงรุ่นเดียวครับ

เป้าหมายของคุณแพททริก คืออะไร
ในเมืองไทยยังมีตลาด มีโอกาสให้โมโตโรล่าได้เติบโตอีกมาก ในอนาคตอันใกล้นี้ เรามีโมเดลอีกหลายรุ่นที่น่าสนใจ ที่สามารถพาเราเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้กับเราได้

เป้าหมายของเราที่จะทำคือ 1. ต้องการทำให้ธุรกิจนี้มีการโตอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน 2. มีพาร์ทเนอร์และลูกค้า ที่ทำงานร่วมกับเรา แล้วได้รับลผลกำไรและพึงพอใจที่ร่วมกันทำธุรกิจกับเรา 3. เรื่องของทีม อยากให้มีทีมงานที่มีความสุขในการทำงาน ช่วยกันผลักดันตลาด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เชื่อว่าโมโตโรล่าจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งในตลาด

“เวลา” เท่านั้นจะเป็นตัวพิสูจน์ว่า ความยิ่งใหญ่จะถูกทวงคืนมาให้โมโตโรล่าไทยได้หรือไม่ ภายใต้การนำของ แพททริก แอรอนสัน ผู้จัดการประจำโมโตโรล่าสาขาประเทศไทยคนนี้


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.