|


สำหรับ Mio ในบ้านเราอาจจะคุ้นหูยี่ห้อนี้มาหลายปีกับเครื่อง GPS แบบไม่มีโทรศัพท์ในตัว เพราะ Mio เริ่มมาทำตลาดกับ GPS PDA Phone ในเมืองไทยเมื่อช่วงปลายปี 2006 โดยส่งรุ่น Mio A701 ออกมาวางจำหน่ายเป็นรุ่นแรก ตามด้วยรุ่น Mio A501 ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับรุ่นล่าสุดที่นำเข้ามาวางตลาดในบ้านเราก็คือรุ่น Mio A702
ตัวเครื่อง Mio A702 มีการออกแบบที่แปลกไปกว่าเดิม โดยมีขนาดที่กระชับมือมากขึ้น และเพิ่มส่วนของแป้นกดด้านหน้าเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมด้านสีเงิน เพิ่มความหรูหราในความรู้สึกแรกพบ และโค้งมนมากขึ้น ซึ่งออกแบบมาได้ค่อนข้างสวยทีเดียว หากเทียบกับรุ่นพี่สองรุ่นที่ผ่านมา เพราะช่วงหลังเครื่องของ Mio จะเน้นเครื่องออกไปแนวสีเงินๆ เป็นหลัก บริเวณด้านหลังจะมีเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลชในระดับความละเอียดที่ 3.2 ล้านพิกเซลมาให้พร้อมลำโพงขนาดค่อนข้างใหญ่ติดตั้งในบริเวณส่วนแผ่นหลังของเครื่อง บริเวณด้านข้างซ้ายมือมีปุ่ม Jog Dial สำหรับการเลื่อนหน้าจอ ตามมาด้วยปุ่ม Reset และช่อง mini USB แบบมาตรฐานสำหรับชาร์จไฟและ Sync ข้อมูล และบริเวณด้านบนตัวเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายอากาศสำหรับการใช้งาน GPS สำหรับเวลาใช้ในที่ที่อับสัญญาณจริงๆ
มาที่ฟังก์ชันเด่นของเครื่องรุ่นนี้กันบ้างเริ่มที่ฟังก์ชัน GPS ในรุ่นนี้ใช้ SIRFstar III ที่มี SiRF DiRect Technology เครื่องแรกของโลก ที่ใช้ชื่อ NavSteadi ที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในตอนนี้ และใช้ SpeedNavi ซึ่งเป็นโปรแกรมแผนที่นำทางผ่านสัญญาณดาวเทียม GPS สามารถรับสัญญาณจากดาวเทียมได้โดยตรง แผนที่แสดงรายละเอียด ภาษาไทย พร้อมคำแนะนำการเดินทางเป็นภาษาไทยเช่นกัน สามารถปรับการแสดงผลของแผนที่ได้ 3 แบบ คือ รูปแบบ 2 มิติ, รูปแบบ 3 มิติ และตามทิศเหนือ Mio A702 ยังแถมแท่นวางโทรศัพท์แบบติดกระจกมาให้เพื่อนำไปใช้งานในรถยนต์ได้สะดวก นอกจากนี้ยังติดตั้ง Mio Menu หรือเมนูพิเศษ โดยมีประโยชน์ตรงที่สามารถเลือกให้แสดงไอคอนโปรแกรมต่างๆ หรือการทำงานของระบบมาแสดงบนหน้าจอ Today โดยมีไอคอนให้เลือกใช้งานได้ 13 ฟังก์ชัน แต่สามารถเลือกให้แสดงได้ 8 ไอเทม และเมื่อเลือกแตะที่ไอเทม Mio Menu จะพบกับไอคอนฟังก์ชันต่างๆ มาให้เลือกใช้งาน 9 ฟังก์ชัน และสามารถเพิ่มเติมไอคอนได้เอง ส่วนฟังก์ชันมัลติมีเดียก็มีทั้งกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอพร้อมระบบ Auto Focusกับ โปรแกรม Windows Media Player 10 Mobile สำหรับเล่นไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ สำหรับระบบปฏิบัติการรุ่นนี้ใช้ Windows Mobile 6 Professional โดยใช้ซีพียูความเร็วสูง TI OMAP 850 ความเร็ว 200 MHz ในส่วนของการเชื่อมต่อนั้นก็รองรับทั้งการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 และ Wi-Fi 802.11b/g กับแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ mini-USB 1.1 ปิดท้ายด้วยหน่วยความจำภายในมาให้แบบ 1 GB /64 MB SDRAM และเพิ่มหน่วยความจำแบบภายนอกอย่าง microSD Card ได้สูงสุด 2 GB
ขอขอบคุณ Mio Thailand เอื้อเฟื้อโทรศัพท์มือถือในการทดสอบ
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 72 ...
|